คุณรู้ไหมว่า? ในผืนป่าแถบเอเชียตะวันออกมี "พืชมหัศจรรย์แห่งขุนเขา" ที่ซ่อนความลับแห่งสุขภาพดีและความอ่อนเยาว์มานานนับพันปี...

หากพูดถึงน้ำมันมะกอก หลายคนคงนึกถึงสัญลักษณ์ของอาหารสุขภาพจากฝั่งตะวันตก แต่รู้หรือไม่ว่าทางฝั่งตะวันออกของเราก็มี "น้ำมันมะกอกแห่งตะวันออก" ที่มีคุณประโยชน์ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน สิ่งนั้นถูกสกัดมาจากพืชโบราณที่ชื่อว่า "ชาน้ำมัน" เดินทางย้อนเวลากลับไปกว่าหนึ่งพันปีในมณฑลทางตอนใต้ของจีน ตลอดจนแนวเทือกเขาโอบล้อมทางตอนเหนือของพม่า ลาว และเวียดนาม ชาวบ้านในแถบนั้นต่างคุ้นเคยกับพืชตระกูลชาชนิดหนึ่ง พวกเขาไม่ได้เก็บใบมาคั่วดื่มเหมือนชาเขียวหรือชาอู่หลง แต่พวกเขารอคอยให้ต้นชาออกผล นำเมล็ดแห้งมาบีบสกัดจนได้น้ำมันสีเหลืองทองอร่าม เพื่อใช้ปรุงอาหารและบำรุงความงามสืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น
ทำความรู้จัก "ต้นชาน้ำมัน" อัญมณีแห่งพงไพร

ชาน้ำมัน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia oleifera Abel จัดอยู่ในวงศ์ Theaceae (วงศ์เดียวกับต้นชาที่ใช้ต้มดื่ม) แต่มีความพิเศษตรงที่เมล็ดของมันอัดแน่นไปด้วยน้ำมันคุณภาพสูง มาลองจินตนาการถึงลักษณะอันงดงามของพืชชนิดนี้ผ่านบันทึกทางพฤกษศาสตร์กัน:
ลำต้นและกิ่งก้าน: เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 2-4 เมตร ใบเขียวขจีตลอดทั้งปีโดยไม่ผลัดใบ กิ่งอ่อนมีขนสากเล็กน้อยคอยปกป้องตัวเองตามธรรมชาติ
ใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม: ออกเรียงสลับกัน แผ่นใบหนาเหนียวและเป็นมันวาวคล้ายแผ่นหนัง ขอบใบมีหยักเป็นฟันเลื่อยถี่ ๆ ดูประณีต
ดอกสีขาวบริสุทธิ์: แย้มระเริงบานในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศที่มักออกเดี่ยวหรือจับกลุ่มกัน 2-3 ดอกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวนวล 5-9 กลีบ โอบล้อมเกสรสีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ
ผลแห่งความหวัง: มีทรงกลมคล้ายผลส้มขนาดเล็ก เมื่อแก่จัดเปลือกแห้งจะปริแตกออกเป็น 3-4 แฉก เผยให้เห็นเมล็ดสีน้ำตาลเข้มด้านใน 1-5 เมล็ด ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ที่เราจะนำมาสกัดน้ำมันกัน
ปาฏิหาริย์แห่งหยาดน้ำมันเพื่อสุขภาพ (The Liquid Gold)

"หนึ่งหยด... เพื่อชีวิตที่ยืนยาว" น้ำมันเมล็ดชาไม่เพียงแต่ไร้กรดไขมันทรานส์ แต่ยังมีโครงสร้างทางเคมีที่มหัศจรรย์ ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันอย่าง วิตามินเอ, ดี, อี และเค ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทำไมน้ำมันเมล็ดชาจึงกลายเป็นขวัญใจของคนรักสุขภาพ สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ? คำตอบซ่อนอยู่ในสัดส่วนของกรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย:
กรดโอเลอิก (โอเมก้า 9) สูงถึง 78-87%: สูงเทียบเท่าหรือมากกว่าน้ำมันมะกอก มีหน้าที่สำคัญในการช่วยลดระดับ LDL (คอเลสเตอรอลชนิดเลว) และเพิ่ม HDL (คอเลสเตอรอลชนิดดี) ช่วยเคลียร์หลอดเลือดให้สะอาด ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคความดันโลหิต และโรคหัวใจ
กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (โอเมก้า 6) ประมาณ 13-28% และโอเมก้า 3 ประมาณ 1-3%: สัดส่วนที่สมดุลนี้ช่วยดูแลระบบการทำงานภายในร่างกายให้เป็นปกติ
กรดไขมันอิ่มตัวต่ำมาก: ดีต่อผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือมีภาวะน้ำหนักเกิน
ทนทานต่อความร้อน รังสรรค์ได้ทุกเมนู
ลบภาพจำที่ว่าน้ำมันสุขภาพห้ามโดนความร้อนสูงไปได้เลย! เพราะน้ำมันเมล็ดชามี จุดเกิดควัน (Smoke Point) สูงกว่า 200 องศาเซลเซียส (>392 ฟาเรนไฮต์) ประกอบกับมีสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติอย่าง วิตามินอี และ สารคาเทชิน สูง ทำให้น้ำมันไม่เสื่อมสภาพหรือกลายเป็นสารก่อมะเร็งได้ง่าย คุณจึงนำไปใช้ผัด ทอดน้ำมันท่วม (Deep fry) ทำน้ำสลัด หรือหมักเนื้อสัตว์ได้อย่างสบายใจ
สู่เคล็ดลับความงามและแนวคิด Zero Waste
ประโยชน์ของชาน้ำมันไม่ได้จบอยู่แค่ในครัว แต่ยังแผ่ขยายไปสู่วงการบิวตี้และเกษตรอินทรีย์ภายใต้แนวคิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด
1. น้ำมันบำรุงผิวพรรณและเส้นผม
ด้วยโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับน้ำมันใต้ผิวหนังมนุษย์ น้ำมันชาจึงถูกนำไปเป็นส่วนผสมหลักในครีมบำรุง โลชั่น และแชมพู จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า อาสาสมัครที่ใช้โลชั่นผสมน้ำมันชาเข้มข้น 5% และ 10% เป็นเวลา 8 สัปดาห์ มีผิวที่เรียบเนียนขึ้น ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และริ้วรอยความหยาบกร้านลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังซึมซาบไวไม่เหนียวเหนอะหนะ
2. กากเมล็ดชา (Tea Seed Meal) คืนชีวิตสู่ธรรมชาติ
หลังจากบีบน้ำมันออกหมดแล้ว กากแบน ๆ ที่เหลืออย่าเพิ่งทิ้ง! เพราะมันอุดมไปด้วย สารซาโปนิน (Saponin) ประมาณ 11-18% ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติลดแรงตึงผิวและสร้างฟองได้ดี จึงถูกนำไปแปรรูปเป็นน้ำยาทำความสะอาดชีวภาพ และใช้เป็นสารกำจัดศัตรูพืชธรรมชาติ โดยเฉพาะการกำจัด "หอยเชอรี่" ในนาข้าว โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
ผืนแผ่นดินไทย... บ้านหลังใหม่ของชาน้ำมัน

| พื้นที่ดำเนินการปลูกชาน้ำมัน | จำนวนพื้นที่ (ไร่) | จำนวนต้น (ต้น) |
| หมู่บ้านปางมะหัน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย | 1,446 | 296,740 |
| หมู่บ้านปูนะ จ.เชียงราย | 2,010 | 419,893 |
| โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย | 233 | 39,430 |
| แปลงชาน้ำมัน บ้านโปง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ | 15 | 2,200 |
| ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (โป่งน้อย) อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ | 9 | 1,602 |
| โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา | 8 | 2,046 |
| สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ จ.เชียงใหม่ | 1 | 88 |
| รวมทั้งสิ้น | 3,722 | 761,999 |
จากจุดเริ่มต้นภูเขาหัวโล้น สู่การฟื้นฟูป่า นำไปสู่วิถีชีวิตเและสุขภาพที่ดีของคนไทย วันนี้ "ชาน้ำมัน" ไม่เพียงแต่ให้หยดน้ำมันที่ดีสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรง แต่ยังช่วยการชุบเลี้ยงผืนป่า และสร้างรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทยบนพื้นที่สูงอีกด้วย
เอกสารอ้างอิง (References)
1. มูลนิธิชัยพัฒนา. (ม.ป.ป.). ชาน้ำมัน: พืชน้ำมันมหัศจรรย์สู่น้ำมันเมล็ดชาเพื่อสุขภาพ. ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันอื่น ๆ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย.
2. ฝ่ายเทคโนโลยีเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.). (2554). รายงานการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากน้ำมันเมล็ดชา (Camellia oleifera). กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย.