ต้นกำเนิด "น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก"
น้ำมันของจักรพรรดิ ที่เคยรักษาแผลให้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ และครองสำรับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่
ลองนึกภาพชายผู้หนึ่งกำลังหนีตายกลางป่า บาดแผลทั่วร่าง ศัตรูไล่ล่าจนมุม — แล้วสิ่งที่ช่วยให้เขารอดและกลายเป็นจักรพรรดิในเวลาต่อมา กลับไม่ใช่ดาบหรือกองทัพ แต่เป็น "น้ำมัน" เล็ก ๆ ที่สกัดจากเมล็ดของต้นไม้ป่า นี่คือเรื่องราวของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ที่ชาวจีนยกย่องมากว่าพันปีในนาม "น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก"

เรื่องเล่าขานที่กลายเป็นตำนาน
ในช่วงปลายราชวงศ์หยวนต่อต้นราชวงศ์หมิง ว่ากันว่า จูหยวนจาง ผู้ที่ภายหลังจะกลายเป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง ถูกกองทัพศัตรูไล่ล่าจนหนีเข้าไปในป่าต้นชาน้ำมัน ขณะนั้นมีชาวนาคนหนึ่งกำลังเก็บผลคามีเลียอยู่ เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงไหวพริบดี ปลอมตัวจูหยวนจางให้กลายเป็นชาวนาเก็บผลไม้ ทำให้เขารอดพ้นเงื้อมมือศัตรูมาได้อย่างหวุดหวิด
ระหว่างพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของชาวนาผู้นั้น จูหยวนจางสังเกตว่าบาดแผลของตนสมานเร็วผิดปกติ จากการได้รับประทานและใช้น้ำมันเมล็ดคามีเลียทุกวัน เขาจึงตระหนักว่าผลชาน้ำมันเล็ก ๆ นี้ คือ "ผลวิเศษที่สวรรค์ประทานให้แก่แผ่นดิน"
เมื่อจูหยวนจางได้ขึ้นครองบัลลังก์ ความทรงจำในป่าชาน้ำมันแห่งนั้นยังตราตรึงอยู่เสมอ พระองค์จึงสถาปนาน้ำมันเมล็ดคามีเลียให้เป็น "น้ำมันสำหรับห้องเครื่องหลวง" (御膳用油) ตั้งแต่นั้นมา น้ำมันชนิดนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูง — ในตำหนักฝ่ายใน เหล่านางสนมที่รักสวยรักงามนำมาบำรุงผิวจนเรียกขานกันว่า "น้ำมันหอมจักรพรรดิ" "น้ำมันนางสนม" และ "น้ำมันล้ำค่า" ส่วนในห้องเครื่อง พ่อครัวก็นำมาปรุงอาหารถวาย จนน้ำมันเมล็ดคามีเลียเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ราชสำนัก
สำรับแห่งจักรพรรดิเฉียนหลง
หลายร้อยปีต่อมา ความนิยมนี้สืบทอดมาถึงราชวงศ์ชิง จักรพรรดิเฉียนหลงก็ทรงโปรดปรานน้ำมันเมล็ดคามีเลียไม่แพ้กัน ตามเรื่องเล่า สำรับในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา เมื่อปี ค.ศ. 1780 นั้น ประกอบด้วยอาหารจานร้อน จานเย็น ซุป เครื่องเคียง ผลไม้ ของหวาน ของขบเคี้ยว และบะหมี่ รวมกว่าร้อยชนิด ซึ่งล้วนมีน้ำมันเมล็ดคามีเลียเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น
และมีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งเมื่อจักรพรรดิเฉียนหลงเสด็จประพาสเขตอี้ชุน มณฑลเจียงซี ทรงทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านพากันขึ้นเขาไปเก็บเมล็ดคามีเลีย ด้วยความใฝ่รู้ พระองค์จึงเสด็จไปยังโรงสกัดน้ำมันด้วยพระองค์เอง เพื่อทรงศึกษาต้นกำเนิดของน้ำมันที่โปรดปราน เมื่อทรงทราบว่ากว่าจะได้น้ำมันแต่ละหยดต้องผ่านกรรมวิธีที่ซับซ้อนเพียงใด พระองค์จึงพระราชทานนามเนินเขาที่เต็มไปด้วยต้นคามีเลียแห่งนั้นว่า "อวิ้นฟาง" และทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้สร้างโรงสกัดน้ำมันขึ้น พระราชทานนามว่า "เต้าฟาง"
จากป่าที่เคยช่วยชีวิตชายผู้หนึ่ง สู่สำรับของจักรพรรดิ น้ำมันเมล็ดคามีเลียจึงเดินทางผ่านกาลเวลากว่าพันปี และยังคงได้รับการยกย่องมาจนถึงทุกวันนี้
📚 เอกสารอ้างอิง (References)
ตำนานจูหยวนจาง และฐานะ "น้ำมันห้องเครื่องหลวง":
- 《茶油》สารานุกรม Baidu Baike — บันทึกตำนานจูหยวนจางหนีศัตรูเข้าป่าชาน้ำมัน และการสถาปนาเป็น "御膳用油" (น้ำมันห้องเครื่องหลวง): https://baike.baidu.com/item/茶油/3817342
- 《野生山茶油的前世今生》Baidu Baike: https://baike.baidu.com/item/野生山茶油的前世今生/4772842
- 《山茶油》360百科 — รวมประวัติและการใช้เป็น "皇封御膳" : https://baike.so.com/doc/5406346-5644188.html
- 《树木传奇|油茶:木本油料之王》สำนักข่าว The Paper (澎湃新闻): https://m.thepaper.cn/baijiahao_6543764
ตำราโบราณที่อ้างอิงเรื่องน้ำมันชา (รองรับว่าเป็นน้ำมันเก่าแก่จริง):
5. 《山海经》— กล่าวถึง "员木 南方油食也" หลักฐานการใช้เมล็ดชาน้ำมันสกัดน้ำมันบริโภคแต่โบราณ
6. 《本草纲目》ของหลี่สือเจิน (Li Shizhen) — บันทึกสรรพคุณทางยาของน้ำมันชา
7. 《天工开物》— ระบุว่า "山茶油 油味甚美"
ส่วนของจักรพรรดิเฉียนหลง และบันทึกราชสำนักชิง:
8. 《清宫御膳那些事》The Paper (澎湃新闻) — บันทึกธรรมเนียมห้องเครื่องและงานเลี้ยงราชสำนักชิง: https://www.thepaper.cn/newsDetail_forward_3336457
9. 《国家人文历史》— วิเคราะห์สำรับเสวยของเฉียนหลงจากบันทึกราชสำนัก: https://www.gjrwls.com/jinghua/20240816/1009067318237462528.html