🌱 เส้นทาง “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย” (น้ำมันเมล็ดชา): จากพระราชดำริ...สู่ผืนดินไทย
รู้หรือไม่? น้ำมันเพื่อสุขภาพระดับพรีเมียมที่อยู่บนชั้นวางสินค้าในวันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวการเดินทางอันน่าประทับใจข้ามน้ำข้ามทะเล และพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นี่คือ Timeline การเดินทางของ “น้ำมันมหัศจรรย์” ที่พลิกฟื้นผืนป่า สร้างรอยยิ้ม สร้างรายได้ให้ชุมชนพื้นที่สูง:
✨ ตุลาคม พ.ศ. 2546 | จุดประกายความสนใจ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ รศ.ดร.นลิน นิลอุบล สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำความกราบบังคมทูลเรื่องคุณประโยชน์ของเมล็ดชาน้ำมัน สายพันธุ์ Camellia Oleifera พร้อมเสนอให้มีการส่งเสริมการปลูกในประเทศไทย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยและเริ่มศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยพระองค์เอง
🐉 พ.ศ. 2547 | จากเมืองคุนหมิง...สู่เมนูทรงโปรด
- ▪️มิถุนายน 2547: ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา) ได้เดินทางไปสืบเสาะหาข้อมูลถึงเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน จนพบโรงงานผลิต และได้ซื้อน้ำมันเมล็ดชากลับมาทูลเกล้าฯ ถวายจำนวนหนึ่ง
- ▪️ผลลัพธ์อันน่าชื่นใจ: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำน้ำมันเมล็ดชาไปทดลองประกอบอาหารด้วยพระองค์เอง และมีรับสั่งในเวลาต่อมาว่า "เป็นน้ำมันที่ดีมาก"
🚚 พ.ศ. 2547 | กล้าไม้รุ่นแรกข้ามน้ำข้ามทะเล
กันยายน - พฤศจิกายน 2547: ทรงมีพระราชกระแสให้มูลนิธิชัยพัฒนาทดลองปลูก
โดยประสานงานกับสถาบันพฤกษศาสตร์มณฑลยูนนาน ซึ่งทางจีนได้ส่งเมล็ดพันธุ์ 10 กิโลกรัม และต้นกล้า (ทั้งชนิดดอกสีแดงและดอกสีขาว) รวม 61 ต้น มาทดลองปลูกในภาคเหนือและอีสาน
ภายใต้การดูแลของ 3 หน่วยงานหลัก (กรมวิชาการเกษตร, ครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้)
🌳 จากกล้าไม้ 61 ต้น...สู่ผืนป่าสีเขียวกว่า 3,722 ไร่
หลังจากทดลองปลูกต้นชาน้ำมันจนมั่นใจว่า ชาน้ำมันจากเมืองจีนสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศไทย
โครงการจึงได้ขยายพื้นที่ปลูกอย่างยิ่งใหญ่ รวมทั้งสิ้น 3,722 ไร่ (รวมกว่า 761,999 ต้น) โดยกระจายอยู่ในพื้นที่สำคัญ ได้แก่:
จังหวัดเชียงราย
(แหล่งปลูกผืนใหญ่ที่สุด):
- ▪️หมู่บ้านปูนะ (2,010 ไร่ / 419,893 ต้น)
- ▪️หมู่บ้านปังมะหัน (1,446 ไร่ / 296,740 ต้น)
- ▪️โครงการพัฒนาดอยตุงฯ และพื้นที่ใกล้เคียง (233 ไร่ / 39,430 ต้น)
จังหวัดเชียงใหม่
(แหล่งวิจัยและทดลอง):
- ▪️แปลงชาน้ำมัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (โป่งน้อย) (รวม 24 ไร่)
- ▪️โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว (8 ไร่)
- ▪️สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ
💡 ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน
เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เป็นระบบและเติบโตอย่างมั่นคง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ได้พระราชทานพระราชานุมัติแต่งตั้ง หม่อมราชวงศ์ ดิศนัดดา ดิศกุล ให้เป็นผู้อำนวยการโครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันของมูลนิธิชัยพัฒนา
▪️คณะทำงานชาน้ำมัน ได้ดำเนินการตามหาชาน้ำมันเพิ่มเติม โดยมี ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้เดินทางไปศึกษาชนิด และสายพันธุ์ของชาน้ำมัน วิธีการปลูกชาน้ำมัน ชมแปลงปลูกชาน้ำมัน พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงงานผลิตชาน้ำมันในเมืองคุณหมิง และหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
▪️สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา เชิญคณะผู้เชี่ยวชาญด้านชาน้ำมันจากสถาบันวิจัยป่าไม้กวางสี (Guangxi Forestry Research Institute) มณฑลกวางสี
สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 4 ท่าน เดินทางมาประเทศไทยเพื่อถ่ายทอดความรู้ และศึกษาพื้นที่และสภาพภูมิประเทศในภาคเหนือของประเทศไทย รวมทั้งแนะนำชาน้ำมันสายพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตน้ำมันมากกว่าพันธุ์ดั้งเดิม
โดยจัดให้คณะผู้เชี่ยวชาญชาวจีนได้ศึกษาดูงานและร่วมประชุมกับคณะทำงานโครงการชาน้ำมันที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย
▪️คณะทำงานชาน้ำมัน จำนวน 7 ท่าน ได้เดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นครั้งที่ 2 เพื่อศึกษาเพิ่มเติม และจัดหาเมล็ด
พร้อมต้นกล้าชาน้ำมันพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย โดยคณะทำงานได้นำเมล็ดพันธุ์ประมาณ 200 กิโลกรัม รวมทั้งต้นกล้าประมาณ 200,000 ต้น จากเมืองหูหนาน
สาธารณรัฐประชาชนจีน มาทดลองปลูกและขยายพันธุ์ชาน้ำมันในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง
จำนวนกว่า 3,000 ไร่ พบว่าต้นชาน้ำมันที่ทดลองปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ มีการเจริญเติบโตดี สามารถติดผลในปีที่ 3-4 และมีปริมาณน้ำมันในเมล็ดสูงถึงร้อยละ 30-35
▪️สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตาม
ความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการศึกษาและพัฒนา ชาน้ำมันของมูลนิธิชัยพัฒนา ที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย
โดยมีเอกอัครราชฑูตประจำประเทศไทย รองอธิบดีกรมป่าไม้มณฑลกวางสี และคณะร่วมรับเสด็จฯ และน้อมเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ชาน้ำมันจำนวน 2,500 กิโลกรัม
รวมทั้งต้นกล้าชาน้ำมันจำนวน 40,000 ต้น จากเมืองกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำมาเพาะปลูกและขยายพันธุ์ในพื้นที่โครงการฯ ต่อไป
▪️หลังจากนั้นจึงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง โครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน มูลนิธิชัยพัฒนา
บนพื้นที่กว่า 154 ไร่ ตั้งอยู่ที่ 888 หมู่ 10 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นโรงงานผลิตน้ำมันเมล็ดคามีเลียและพืชน้ำมันอื่นๆ
ซึ่งโรงงานจะดำเนินการผลิตน้ำมันคุณภาพสูง สำหรับการบริโภค เครื่องสำอาง และยารักษาโรค นอกจากนั้นยังได้นำกากวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตน้ำมัน
ไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดหอยเชอร์รี่ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทุกส่วนของพืชนั้นๆ และมีพระราชดำริให้โรงงานชาน้ำมัน เป็นโรงงานต้นแบบ
สามารถเข้าชมได้ ทุกจุดของโรงงาน มีขั้นตอนที่เข้าใจง่าย สะอาด มีการคำนึงถึงระบบสิ่งแวดล้อมแบบธรรมชาติ มีระบบควบคุมการใช้พลังงาน มีรูปแบบโรงงานที่ทันสมัย
สวยงามและมีสีสัน ด้านนอกทำเป็นส่วนพักผ่อนสาธารณะ เป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงาม และได้ความรู้เกี่ยวกับพืชน้ำมัน
▪️ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ และได้ทำการวิจัยและพัฒนาในการนำน้ำมันจากเมล็ดชาไปใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ
ซึ่งทางโครงการฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สบู่ เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าประจำ และลูกค้าผู้เข้ามาเยี่ยมชม
โครงการฯ นอกจากนี้ทางโครงการฯ ยังจัดให้มีบริการอื่นอีกเช่น สวนพักผ่อน ร้านอาหาร ร้านขายสินค้า ลานนิทรรศการ และลานกิจกรรมให้ความรู้ แก่ผู้มาเยี่ยมชมและประชาชนโดยทั่วไป
ถึงการผลิตน้ำมันเมล็ดคามีเลีย และพืชน้ำมันอื่นๆ
▪️สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานนามให้กับโครงการฯ ชื่อว่าโครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่น
Camellia Seed Oil and Other Plant Oil Product Research and Development Center