ชื่อวิทยาศาสตร์ : Peltophorum dasyrachis (Miq.) Kurz
ชื่อเรียกอื่น : คางฮุ่ง จ๊าขาม ซ้าขม อินทรี ร้าง อะล้าง
ชื่อวงศ์ : CAESALPINIACEAE
ลักษณะ : ไม้ต้นสูง 10-30 ม. ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ช่อรวม ยาว 15-40 ซม. ใบย่อย 6-16 คู่ รูปขอบขนานแคบ กว้าง 5 มม. ยาว 10-15 มม. โคนเบี้ยว ดอก สีเหลือง ออกเป็นช่อห้อย ยาว 10-20 ซม. กลีบรองดอก 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ รูปป้อม ผิวกลีบย่น เกสรผู้มี 10 อัน ผล เป็นฝักแบน กว้าง 2-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. โคนและปลายฝักเรียวแหลม เมล็ดแบน เรียงตัวตามขวาง 1-8 เมล็ด

การกระจายพันธุ์ :

ช่วงเวลาการออกดอก : ดอกอะรางจะบานในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม


ประโยชน์ :

  1. นิยมใช้ปลูกเป็นไม้เบิกนำ เนื่องจากเป็นไม้โตเร็ว จึงเหมาะสำหรับการปลูกเพื่อฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม
  2. ต้นอะรางสามารถนำมาปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับได้ เนื่องจากมีลักษณะของทรงพุ่มที่สวยงาม ดอกสวยมีสัน ทนความแล้งได้ดี ลักษณะโดยรวมคล้ายกับต้นนนทรี แต่ช่อดอกจะห้อยลง เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่กว้าง หรือเป็นไม้ให้ร่มเงาตามสวนสาธารณะ ริมถนน ทางเดิน ที่จอดรถ ตามรีสอร์ท หรือริมทะเล ฯลฯ
  3. เปลือกต้นที่มีอายุมากใช้รับประทานได้ โดยขุดผิวด้านในออกมาแล้วสับให้ละเอียด ใส่ในส้มตำร่วมกับสับปะรดและมดแดง
  4. เปลือกสามารถนำมาต้มกับเทียนไข เพื่อนำมาใช้ถูพื้นได้
  5. เปลือกต้นใช้เป็นสีสำหรับย้อมผ้าได้ โดยจะให้สีน้ำตาลแดง
  6. เนื้อไม้อะรางสามารถเลื่อยผ่า ไสกบ และตกแต่งได้ง่าย จึงสามารถนำมาใช้ทำเครื่องเรือน วัสดุในการสร้างบ้าน เช่น ไม้กระดาน หน้าต่าง วงกบประตู ฯลฯ และยังใช้ทำเป็นเครื่องมือกสิกรรมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี